ประวัติของป้าจันทร์

ป้าจันทร์เกิดที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว ตอนนั้นพ่อของป้าจันทร์ ซึ่งเป็นคนเพรชบุรี โดยกำเนิด ได้ย้ายไปแต่งงานกับแม่ของป้าจันทร์ ซึ่งเป็นคนราชบุรี และเกิดป้าจันทร์ที่อำเภอ ปากท่อ ซึ่งอำเภอปากท่อสมัยก่อนไม่มีอะไร คนส่วนใหญ่ทำนา และทำสวน     หลังจากนั้นไม่นานครอบครัว คือ พ่อกับแม่ของป้าจันทร์ก็ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดชุมพร ตามคำเชิญชวนของลุง ไปตั้งตัวและทำมาหากิน ที่ในตัวเมืองจังหวัดชุมพร ต่อมา ก็มีน้องๆร่วมท้องเดียวกัน อีก 5 คน น้องบุญธรรมอีก 1 คน รวมป้าจันทร์ด้วยก็เป็น 7 คน ยังไม่นับบางคนที่เสียชีวิติตั้งแต่เล็กๆ อีก 2 คน  ทำให้พี่น้องทั้งหมด นอกจากตัวป้าจันทร์ เองเป็นคนชุมพรโดยกำเนิด

พ่อป้าจันทร์เป็นคนดุมาก แต่เป็นคนจริงจัง เป็นคนเก่งทำมาหลายอาชีพ และแม่ของป้าจันทร์ก็เป็นคนใจดี มีเมตตา เป็นที่รักของคนทุกคน ตอนที่ สมัยป้าจันทร์เป็นเด็กๆ ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เพราะครอบครัวเพิ่งเริ่มตั้งตัว ไม่ได้มีเงินมากนัก ที่พอให้พ่อกับแม่ป้าจันทร์ส่งเสียให้ป้าจันทร์เรียนสูงๆ   ไหนจะน้องๆของป้าจันทร์อีกหลายคน  ดังนั้นป้าจันทร์จึงมีความรู้ทางโรงเรียนแค่ วุฒิ ป.4แล้วต้องออกจากโรงเรียนไป

หลังจากเรียนจบ พ่อป้าจันทร์ซึ่งเป็นคนหัวคิดดี มีความคิดกว้างไกล ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อไม่สามารถให้เรียนต่อได้ ก็ต้องฝึกอาชีพ พอดีกับพ่อเห็นแววในด้านเย็ปปักถักร้อย  เลยส่งป้าจันทร์ไป อยู่กับน้าๆ ซึ่งเป็นน้องของแม่ เพื่อไปฝึกอาชีพ ไปอยู่บ้านเขาเลย ไปช่วยเขาทำงาน ไปเรียนเย็บผ้า ตัดเสื้อ ไปเรียนทำเสริมสวย

ทำให้อาชีพแรกของป้าจันทร์คือ เป็นช่างเสริมสวย จนป้าจันทร์อายุได้ 17 มีประสพการณ์มากพอที่จะ ทำเสริมสวยเองได้ เพราะป้าจันทร์เรียนมา ฝึกมาตั้งแต่เล็กๆ พ่อกับแม่ของป้าจันทร์ก็ลงทุน เช่าบ้านใหม่ เปิดร้านเสริมสวย ร้านเล็กๆ ขึ้นกลางเมืองชุมพร ซึ่งนับเป็นกิจการแรกในชีวิตของป้าจันทร์เอง  ทำอยู่ได้หลายปี จนมาเจอกับ สามีที่ร้านนี้..

สามีป้าจันทร์เป็นายตำรวจ กองปราบ มาจากกรุงเทพ มาราชการ มารู้จักป้าจันทร์ได้โดยการผ่านการแนะนำของเพื่อนๆ ของน้าๆที่ป้าจันทร์ไปอยู่ด้วยเมื่อเล็กๆ หลังจากคบกันได้สักระยะหนึ่ง ไม่นานนัก ป้าจันทร์ก็แต่งงานกับ สามี แล้วเข้ากรุงเทพมาตั้งหลักใหม่ อยู่กรุงเทพ

ตอนแรกเข้ากรุงเทพมาบ้านก็ยังไม่มี ยังอยู่ที่บ้านพักของตำรวจ ในกองปราบ แต่ป้าจันทร์คิดว่า ยังไงชีวิตก็ต้องขยับขยาย เลยตัดสินใจย้ายออกจากบ้านพักตำรวจไปเช่าบ้าน เปิดเป็นร้านเสริมสวย ร้านตัดเสื้อผ้าอยู่แถวบางรัก หลังจากนั้นไม่นาน ก็ต้องย้ายอีก ไปวงเวียนใหญ่ แล้วก็เริ่มลงหลักปักฐาน จริงๆ ด้วยการเซ๊งตึกแถวสัญญา 20 ปี ที่สำเหร่ ฝั่งธนบุรี

ป้าจันทร์อยู่ที่นี่ได้ัสักประมาณ 10 กว่าปี โดยมีอาชีพ เสริมสวย และตัดเสื้อผ้า ผ่านมาอีกหลายปีจนสามารถซื้อตึกแถวนี้เป็นของตัวเองได้สำเร็จ แต่ผ่านมาไม่นานหลังจากที่ป้าจันทร์ซื้อตึกที่สำเหร่นี้แล้ว  ป้าจันทร์ก็มีเหตุย้ายบ้านอีกครั้งนึง คือเมื่อป้าจันทร์มีโอกาสมองเห็นช่องทางในการขายตึกแถวที่ สำเหร่ได้ในราคาค่อนข้างดี และ สามารถซื้อบ้านที่บางบอน ซึ่งเป็นบ้านที่มีเนื้อที่ มีบริเวณ ได้ในราคาค่อนข้างถูก อยู่สบายกว่า และก็ยังสามารถเปิดร้านทำผมในบรเวณบ้านได้อีกด้วย

หลังจากอยู่ที่บางบอนได้หลายปีจนกระทั่ง สามีเกษียณอายุจากราชการตำรวจ ประจวบเหมาะกับตอนนั้นพ่อ ของสามี ได้เสียชีวิตเนื่องจากโรคชรา (อายุ 103 ปี) ป้าจันทร์เองก็ได้มีโอกาสกลับไป งานศพของพ่อสามี ที่นครศรีธรรมราช ไปอยู่หลายวันจนเห็น ช่องทางในบ้านเกิดของสามี ที่อำเภอนครศรีธรรมราช โดยการไปรู้จัก คนๆนึงว่าเขาจะขายกิจการ ของโรงทำปูนขาวให้  ป้าจันทร์และสามีใช้เวลาตัดสินใจไม่นานนักสำหรับการซื้อกิจการในครั้งนั้น โดยไม่รู้ถึงรายละเอียดของการทำปูนขาวสักเท่าไร  ทราบแต่เพียงขั้นตอนคร่าวๆ และวิธีการทำที่เจ้าของเก่าเล่าไว้ คร่าวๆ และเขาก็บอกว่าจะเป็นคนช่วยเหลือในการดำเนินกิจการต่อให้เอง

หลังงานศพของพ่อสามี กลับมากรุงเทพ ก็ตัดสินใจเลยว่าจะย้าย ลงมาอยู่ที่นครศรีธรรมราชกับสามี สองคน (ให้ลูกๆที่โตแล้วอยู่บ้าน ทำงานและเรียนที่กรุงเทพ)  อีกอย่างเพื่อพักผ่อน เพราะืี่ที่นครฯ อากาศดี ค่าใช้จ่ายถูก และก็เป็นบ้านเกิดของสามี

แต่กิจการปูนขาวก็ไม่ได้เป็นงานที่ง่าย งานสบาย อย่างที่คิด  ที่จะสามารถทำกำไรได้ง่ายๆ เพราะหลายปัจจัย เช่นเรื่อง เรื่องไม้ฟืนที่นำมาเผาหินให้เป็นปูน  เรื่องรถขนของ รถขนหิน รถบรรทุกปูน เรื่องคนงาน   ไม่ต้องพูดถึงเจ้าของเก่าที่หายไปเลยกับการขายที่เขา   แต่ป้าจันทร์เองก็ไม่ยอมแพ้ เช่นเรื่องไม้ฟืนที่จะนำมาเผาไม่มี  คนขายตั้งราคาขายแพงกว่าที่จะนำมาเผาได้ ทำให้ป้าจันทร์ต้องหัดขับรถ ต้องเข้าป่ากับลูกน้อง เพื่อไปหาซื้อไม้ฟืน เริ่มมีอาชีพใหม่ในการซื้อไม้ที่เป็นต้นๆ จากสวนยาง และไปตัดไม้ขาย เอาปลายไม้มาทำฟืน พยายามทำเพื่อให้กิจการไปต่อได้  และตอนนั้นสามีของป้าจันทร์ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากเนื่องจาก ชราแล้ว

หลังจากที่ป้าจันทร์ทำกิจการปูนขาวได้ 3-4 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวของปูนขาว เพราะเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ในการใช้ สารเคมีแทนปูนขาว และราคาถูกลง (ปูนขาวที่ว่าคือ ปูนขาวที่นากุ้งเอาไว้ใช้ปรับสภาพบ่อกุ้ง)  โรงปูนขาวที่นคร จึงต้องปิดตัวลง

ตอนนี้เองที่ป้าจันทร์ได้มีโอกาส ใช้ความรู้ที่ป้าจันทร์สนใจมานาน ยึดมาเป็นอาชีพอย่างจริงจัง คือการดูหมอ ดูไพ่ยิปซี

ที่จริงป้าจันทร์สนใจศาตร์ด้าน ความเชื่อเรื่องลึกลับ เรื่องทางใน เรืองพลังอะไรบางอย่างมานานแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสได้ ศึกษาอย่างจริงจังใช้วิธีเรียนรู้กับตัวเอง  ไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่าความรู้ที่ป้าจันทร์มี  สิ่งที่ป้าจันทร์มองเห็นคืออะไร จนป้าจันทร์ได้รู้จักไพ่ยิปซี จากทางนิตยสารรายสัปดาห์ ซึ่งมี อาจารย์ขุนทอง อุสนี ณอยุธยาเป็นคนเขียน ตอนนั้นทึ่งตัวเองมากกับสิ่งที่ป้าจันทร์มองเห็นในไพ่  จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ ศึกษาไพ่ยิปซี ด้วยตนเองจากทางหนังสือ ทุกเล่มที่เกี่ยวกับไพ่ยิปซี ไพ่ทาโร่ท์ ได้เริ่มดูให้กับคนอื่น และสามารถยึดเป็นอาชีพ มาได้จนถึงทุกวันนี้

Share and Enjoy:
  • Digg
  • Google
  • DZone
  • Bitacoras.com
  • BlogMemes
  • Blogsvine
  • Bumpzee
  • DotNetKicks
  • E-mail this story to a friend!
  • Furl
  • Kirtsy
  • Live
  • Socialogs
  • YahooMyWeb
  • Blogosphere News

Comments are closed.

ป้าจันทร์
pa-jan-01
คลังเก็บ

pagerank searchengine optimization ป้าจันทร์ พยากรณ์© 2007 - 2012 All Rights Reserved. Using WordPress 2.8 Engine
Entries and Comments.